การดูแลป่าโดยชุมชนหินลาดใน

การจัดการป่าของชุมชนห้วยหินลาดในอาศัยหลักวิถีปกาเกอะญอที่ให้ความเคารพต่อธรรมชาติและใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณบนฐานกติกาชุมชนที่สืบทอดมายาวนาน โดยมุ่งรักษาสมดุลของระบบนิเวศควบคู่กับการดำรงชีวิตของชุมชน การทำไร่หมุนเวียนซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เปิดพื้นที่เพาะปลูกเพียงระยะสั้นและปล่อยให้ป่าฟื้นตัวในช่วงยาว 7–10 ปี เป็นกลไกสำคัญในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาคุณภาพดิน และเสริมความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือน ชุมชนมีการกำหนดเขตใช้ประโยชน์ป่าอย่างชัดเจน ได้แก่ ป่าใช้สอย ป่าอนุรักษ์ และป่าต้นน้ำ พร้อมทั้งจัดตั้งกติกาการใช้ทรัพยากรที่ทุกครัวเรือนต้องปฏิบัติตาม การใช้ประโยชน์จากของป่า เช่น หน่อไม้ น้ำผึ้ง หรือผลผลิตตามฤดูกาล ดำเนินไปภายใต้หลักการใช้เท่าที่จำเป็น พร้อมระบบหักรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนป่าชุมชนเพื่อสนับสนุนการดูแลทรัพยากร การป้องกันไฟป่าดำเนินโดยการผสานความรู้ท้องถิ่นด้านฤดูกาล ทิศทางลม และภูมิประเทศเข้ากับเครื่องมือและวิธีการสมัยใหม่ รวมถึงการทำแนวกันไฟและการอบรมร่วมกับหน่วยงานภายนอก นอกจากนี้ ชุมชนยังให้ความสำคัญต่อการปกป้องป่าต้นน้ำอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถรักษาแหล่งต้นน้ำ 14 สายและคุณภาพน้ำตามธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ระบบเกษตรกรรมของชุมชน เช่น นาขั้นบันได ไร่หมุนเวียน การปลูกชาและไผ่พื้นเมือง ตลอดจนการเลี้ยงผึ้งในป่า ล้วนเป็นระบบที่สอดคล้องกับสภาพนิเวศและสร้างรายได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดกระบวนการ ชุมชนมีความร่วมมือกับองค์กรรัฐ องค์กรนานาชาติ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสนับสนุนการจัดการป่าอย่างยั่งยืน อีกทั้งมีการเฝ้าระวังและฟื้นฟูพื้นที่หลังเหตุการณ์ดินถล่มปี 2567 โดยบูรณาการความรู้ชุมชนและวิทยาการสมัยใหม่ ชุมชนห้วยหินลาดในจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการจัดการป่าต้นน้ำที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับกระบวนการร่วมสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.

การจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชนปกาเกอะญอในชุมชนห้วยหินลาดในมิได้อาศัยเพียงมาตรการด้านกายภาพหรือกติกาชุมชนเท่านั้น หากยังมีรากฐานสำคัญจากวัฒนธรรม ความเชื่อ และพิธีกรรมที่ถ่ายทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งทำหน้าที่ปลูกฝังจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ประเพณีเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างความผูกพันระหว่างคนกับป่า เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลรักษาทรัพยากรให้คงอยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน หนึ่งในพิธีกรรมที่สะท้อนคุณค่านี้ได้อย่างชัดเจน คือพิธี “เดปอทู่” ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตมนุษย์และต้นไม้ในฐานะผู้ค้ำจุนระบบนิเวศของชุมชน

พิธี “เดปอทู่” (Dae Paw Thoo) ซึ่งเป็นพิธีดั้งเดิมของชนปกาเกอะญอที่ทำขึ้นโดยการนำสายสะดือของทารกใส่ในกระบอกไม้ไผ่และผูกไว้กับต้นไม้ที่มีความสำคัญในพื้นที่ป่า สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง โดยนับว่าต้นไม้ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตและรากเหง้าของบุคคลนั้นตลอดไป แนวปฏิบัตินี้มีบทบาทสำคัญต่อการดูแลป่า เพราะทำให้สมาชิกในชุมชนเกิดความรู้สึกผูกพัน รับผิดชอบ และเคารพต่อพื้นที่ป่าที่เป็นที่ตั้งของ “ต้นไม้ชีวิต” ของตนเอง ส่งผลให้ชุมชนร่วมกันปกป้องทรัพยากรป่าไม้ ไม่ล่วงละเมิดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และรักษาระบบนิเวศให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อีกทั้งเป็นกลไกทางวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์และเสริมความเข้มแข็งของกติกาชุมชนในการจัดการป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน

การทำแนวกันไฟของชุมชนห้วยหินลาดใน

การป้องกันไฟป่าของชุมชนห้วยหินลาดในดำเนินการภายใต้ระบบการจัดการร่วมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิทยาการสมัยใหม่ โดยชุมชนจะจัดทำ “แนวกันไฟ” เป็นประจำทุกปีในช่วงก่อนฤดูแล้ง เพื่อป้องกันการลุกลามของไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุธรรมชาติหรือกิจกรรมมนุษย์ แนวกันไฟถูกกำหนดในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บริเวณรอยต่อพื้นที่เกษตร ไร่หมุนเวียน พื้นที่ใช้สอย และเขตป่าอนุรักษ์ การทำแนวกันไฟประกอบด้วยการเคลียร์วัสดุเชื้อเพลิง เช่น ใบไม้แห้ง กิ่งไม้ และซากพืช เพื่อสร้างช่วงรอยต่อกว้างที่ไฟไม่สามารถข้ามได้ โดยใช้แรงงานชุมชนทั้งชายและหญิงร่วมกันดำเนินงาน นอกจากนี้ยังนำข้อมูลด้านทิศทางลม ความชื้น พื้นที่ลาดชัน และรูปแบบการเกิดไฟในปีที่ผ่านมา มาวางแผนพื้นที่กันไฟให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ องค์กรวิชาการ และภาคีเครือข่ายในการอบรมเครื่องมือดับไฟ การลาดตระเวน และการตรวจสอบจุดเสี่ยง การดำเนินการดังกล่าวทำให้ชุมชนมีความสามารถในการลดความรุนแรงของไฟป่า ปกป้องป่าต้นน้ำ และรักษาความมั่นคงของระบบนิเวศโดยรอบได้อย่างยั่งยืน

ชุมชนห้วยหินลาดในมีระบบเฝ้าระวังไฟป่าที่เข้มแข็ง โดยจัดเวรยามหมุนเวียนตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อสอดส่องจุดเสี่ยงและตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง การเฝ้ายามดังกล่าวเป็นความร่วมมือของสมาชิกทุกครัวเรือน ทั้งชายหญิงและผู้สูงอายุ รวมถึงกลุ่มเยาวชนที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการสังเกตทิศทางลม ความชื้น การประเมินเชื้อเพลิง และการใช้เส้นทางป่าในการลาดตระเวน เมื่อพบไฟป่าหรือควันผิดปกติ ชาวบ้านจะประสานงานกันอย่างรวดเร็วผ่านระบบแจ้งเตือนของชุมชนและรวมตัวกันออกปฏิบัติการดับไฟทันที โดยมุ่งสกัดไฟไม่ให้ลุกลามข้ามแนวกันไฟที่จัดทำไว้ล่วงหน้า การดับไฟดำเนินด้วยความระมัดระวังและอาศัยการผสานความรู้ดั้งเดิม เช่น การกวาดใบไม้แห้งเป็นแนวกันไฟเพื่อกำจัดเชื้อเพลิง การรู้จักสภาพพื้นที่เป็นอย่างดีประกอบกับการปรับวีธีการให้มีประสิทธิภาพด้วยการวิธีการสมัยใหม่เข้ามาใช้ เช่น เครื่องพ่นน้ำแบบพกพา เครื่องเป่าใบไม้แห้ง และชุดอุปกรณ์ดับไฟที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกทั้งกลุ่มเยาวชนก็มีบทบาทสำคัญในงานสนับสนุน เช่น ลำเลียงน้ำ ช่วยเปิดเส้นทาง ส่งต่ออุปกรณ์ และทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์เพื่อประเมินการลุกลามของไฟ การทำงานร่วมกันของทุกช่วงวัยเช่นนี้ ทำให้การป้องกันและระงับไฟป่ามีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ ปกป้องพื้นที่ต้นน้ำ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการภัยธรรมชาติอย่างยั่งยืน

วีดิทัศน์เกี่ยวกับการดูแลจัดการของชุมชนหินลาดใน

Scroll to Top